การวิเคราะห์ทั้ง 3 แบบ

การจะเล่นค่าเงิน ไม่ใช่การเล่นพนัน ที่มาเสี่ยงดวงทายกันว่า มันจะขึ้น หรือมันจะลง แม้ว่าส่วนตัวผมว่ามัน ดวง มันก็มีส่วนบ้าง เพราะถ้าเราสามารถมีสูตรแน่นอนในการวิเคราะห์ ใครๆ ก็สามารถทำกำไรได้หมด ไม่มีใครขาดทุน

คำชี้แจง ไทยแอดพอยท์  ทำการโฆษณาให้กับผู้ลงโฆษณาต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2543 หรือกว่า 12 ปีมาแล้ว, 70% ของค่าโฆษณาที่ได้รับก็นำมาคืนให้กับสมาชิกไทยแอดพอยท์ อีโทโร่ เป็นหนึ่งในผู้ลงโฆษณา ที่ลงโฆษณามาตั้งแต่ 2552-02-28 ไทยแอดพอยท์จะได้รับค่าโฆษณา เมื่อคนที่คลิ๊กป้ายโฆษณาข้างล่างนี้ จากไทยแอดพอยท์ ไปสมัคร และเทรดค่าเงิน กับอีโทโร่

Advertisement

ถ้าจะเขียนให้อ่านง่ายๆ คือ ถ้าคุณคิดว่า EUR/USD จะลง คุณก็กดขาย แล้วก็ลุ้นให้ค่าเงินมันลงไปเรื่อยๆ แต่ถ้าคุณคิดว่า EUR/USD มันจะขึ้น ก็กดซื้อ แล้วก็ลุ้นให้มันขึ้นไปเรื่อยๆ

  1. Technical Analysis
  2. Fundamental Analysis
  3. Sentiment Analysis

Technical Analysis

การวิคราะห์ทางเทคนิค เป็นรูปแบบในการดูความเคลื่อนไหวของราคา ว่าง่ายๆ ก็ดูตัวเลข ในแผนภูมิ (Chart) จะว่าไปก็เป็นแบบที่คนเล่นค่าเงินใช้มากที่สุด ด้วยความคิด/ความเชื่อที่ว่า ประวัติศาสตร์บอกอนาคตได้ และมันยังบอกถึงสัญญาณทางจิตวิทยาของคนที่เล่นค่าเงินเหมือนกับคุณด้วย มีหลายๆ แบบย่อย ไม่ว่าจะเป็น Line, Bar หรือ Candle Stick เจ้าแบบหลังนี่นิยมที่สุด เพราะดูง่าย และให้ข้อมูลได้เยอะ แล้วจะเขียนให้อ่านกันนะครับ ว่าเขาดูกันอย่างไร

แต่ไม่ใช่ว่า คนสองคน มองแผนภูมิเดียวกัน แล้วจะบอกได้เหมือนกัน ว่าจะซื้อ/จะขาย ที่ราคาเท่าไร แนวต้าน, แนวรับอยู่ตรงไหน หรือแม้จะบอกเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์จริงๆ ว่ามันจะขึ้นหรือลง อาจไม่เหมือนเดิมก็ได้

Fundamental Analysis

ผมเข้าใจว่ามันตรงกับคำว่า ปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งมันก็คือตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ใช้สกุลเงินนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย, อัตราคนว่างงาน ฯลฯ การวิเคราะห์แบบนี้ เหมาะกับการลงทุนยาวๆ (Investing) ไม่ค่อยจะเหมาะกับการเล่นค่าเงิน (Active Trading) เพราะมันอาจจะต้องใช้เวลาเป็นวัน, สัปดาห์ หรือเดือน กว่าจะเห็นผลกัน

Sentiment Analysis

แบบสุดท้ายเป็นสัญญาณทางจิตวิทยา ว่าคนในตลาดค่าเงิน ที่เล่นค่าเงิน ลงทุนค่าเงิน เหมือนๆ กับคุณเขา คิดว่าตลาด จะไปทางไหน จะขึ้น (Bullish) หรือ จะลง (Bearish) ดูช่องทางขวามือใน WebTrader ก็จะเห็นตัวเลขเป็น % เช่น 86% Selling แล้วคุณจะเชื่อ จะไหลไปตามคน 86% หรือเปล่า แต่ไม่ใช่ว่า 99% Selling แล้ว มันจะขึ้นไม่ได้นะครับ คงมีคนไม่กี่คน หรือไม่กี่องค์กร ที่มีเงินมากพอที่จะเข้าไป ผลัก หรือ ทุบตลาดค่าเงินได้

บทสรุป คือ คุณควรจะเข้าใจมันทั้ง 3 แบบ แต่ถ้าจะเล่นค่าเงินแบบ Active Trading แล้วละก็ ผมแนะนำว่า ให้ความสำคัญกับ ปัจจัยพื้นฐาน น้อยหน่อย เพราะมันจะทำให้คุณตัดสินใจช้า พลาดโอกาสที่จะ ขึ้น หรือ ลงไปกับตลาด

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • StumbleUpon
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Yahoo! Buzz
  • Twitter
  • Google Bookmarks

Comments are closed.

line
footer
Copyright © 2010 Thaiadpoint.com. All rights reserved